Mission: Impossible – Rogue Nation : ปฎิบัติการมันส์รวมมิตร

โดยในภาคนี้ตัวหนังกำกับโดย คริสโตเฟอร์ แม็คคัวรี่ย์ ผู้กำกับที่ตัว ทอม ครูซ เลือกมาเองกับมือ เพราะว่าติดใจในฝีมือของเขาจาก Jack Reacher และรวมถึงงานเขียนบทใน Edge of Tomorrow อีกด้วย ซึ่งงานนี้แน่นอนว่าเลือกมากับมือ ก็ต้องไม่ทำให้ผิดหวังกันอย่างแน่นอน ซึ่งต้องขอยอมรับเลยว่าตอนแรกที่ผมเห็นหน้าหนังในภาคที่ 5 นี่ ก็แอบหวั่นๆเหมือนกันเพราะจากตัวอย่างแล้ว ค่อนข้างเผยฉากเด็ดออกมาเยอะมากทีเดียว แต่หลังจากที่ได้ชมแล้วก็ต้องกลับคำเสียใหม่ เพราะภายในมันยังมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ซึ่งถ้าจะให้พูดแล้วมันก็น่าแปลกเหมือนกันนะ เพราะในขณะที่ Mission Impossible นี่ดูจะเป็นหนังสายลับเพียงเรื่องเดียว ที่ไม่ว่าจะทำออกมากี่ภาคๆ ก็ยังคงแพทเทิร์นเดิมๆของตนเองไม่มีเปลี่ยน ในขณะที่เหล่าสายลับ เจมส์ บอนด์ หรือ เจสัน บอนด์ ยังมีเปลี่ยนโทนให้ดราม่าและอะไรอีกมากมาย เครดิตฟรี แต่ในขณะเดียวกัน แพทเทิร์นเดิมๆ ที่มันใช้มาตั้งแต่ภาค 1 กลับยังสามารถทำได้ผลทุกภาค โดยภาคที่ผมชื่นชอบมากที่สุดแต่ก่อน คงต้องบอกว่าเป็นภาค 2 เนื่องด้วยเป็นคนที่ค่อนข้างชอบงานของ จอห์น วู เป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นเมื่อมาทำหนังแอ็คชั่นฮอลลีวู้ดจ๋าๆแล้วใส่ลายเส้นตัวเองไปอย่างเช่น ฉาก มอไซต์ ต้องขอคารวะเลยจริงแท้…

Continue Reading

The Road Within : ถนนคนบวม

เรื่องราวของวินเซนต์ (โรเบิร์ต ชีฮัน) ชายหนุ่มที่ป่วยเป็นโรคทูเร็ตต์ แถมแม่ก็พลันมาด่วนจากไป เขาจึงต้องไปอยู่กับพ่อที่แยกกันอยู่ แต่พ่อกลับส่งเขาไปรักษาในคลีนิค ที่นั่นเขาได้พบเพื่อนร่วมห้อง อเล็กซ์ (เดฟ พาเทล) ที่ป่วยเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ และหลงรักกับ มาเรีย (โซอี้ คราวิทซ์) หญิงสาวที่ป่วยเป็นโรคกลัวอ้วน เรื่องราวชักจะบานปลายไปกันใหญ่ เมื่อพวกตัดสินใจขโมยรถของ ดร. มีอา โรส นายแพทย์ที่รักษาพวกเขา และออกไปผจญภัยกับโลกครั้งใหม่ที่พวกเขาไม­่เคยคิดลองมาก่อน นี่จึงเป็นภาพยนตร์รวมพลคนป่วยแต่หัวใจเกิ­นร้อย และพร้อมสร้างแรงบันดาลใจกับทุกคนขึ้นอ­ีกครั้ง เครดิตฟรี โดยต้องยอมรับเลยว่า แว้บแรกที่เห็นตัวเรื่องย่อของ The Road Within ทำให้ผลค่อนข้างนึกถึงหนังที่เล่นกับสภาวะผู้ป่วยให้กลายเป็นคนตลก แต่ไม่ดูถูกแบบเดียวกับที่ It’s a Kind of Funny Story ได้ทำไว้ ซึ่งในหนังเรื่องนั้นถือว่าเป็นหนังที่สามารถทำให้เราเข้าอกเข้าใจผู้ป่วย และตัวหนังก็ไม่ได้กระทำกับเขาเป็นเพียงตัวตลกไร้สาระทั่วไปอีกด้วย และเมื่อย้อนกลับมาดู The Road Within ก็ดูเหมือนตัวหนังอยากจะเดินตามหลักสูตรเดียวกัน กับการวางทีท่าให้ผู้ป่วยในหนังเรื่องนี้มีลักษณะเป็นตัวตลกในสายตาของคนนอก แต่ภายในแล้วตัวหนังกลับค่อนข้างที่จะอยากสื่อสารถึงความยากลำบาก ความเจ็บปวด จากการที่พวกเขาต้องติดอยู่ในวังวนโรคนี้ ที่เต็มไปด้วยอาการผลข้างเคียง และจิตใจของพวกเขาที่ต้องรับมือจากทั้งสังคมภายนอก และอาจจะพยายามมองหาสังคมในกลุ่มเพื่อนผองด้วยกันเพื่อการยอมรับอีกด้วย…

Continue Reading