On the Road : คว้าฝันให้ไกล ไปให้ถึง

หลังจากที่พ่อเสียชีวิต ซัล พาราไดซ์ (แซม ไรลีย์) นักเขียนหนุ่มชาวนิวยอร์ก ได้รู้จักกับ ดีน มอริอาร์ตี้ (แกร์เร็ท เฮดลันด์) อดีตนักต้มตุ๋นเจ้าเสน่ห์ และได้แต่งงานกับสาวสวยรักอิสระ แมรีลู (คริสเตน สจ๊วต) ซัล และ ดีน ผู้กลายมาเป็นเพื่อนสนิท ไม่ยอมให้สังคมที่เคร่งครัดมากักขังหน่วงเหนี่ยวพวกเขาไว้ สองหนุ่มและหนึ่งสาวได้แหกกฎเกณฑ์ทั้งปวง โดยการออกไปใช้ชีวิตเสรีบนท้องถนน เพื่อค้นหาความหมายของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ และแสวงหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไปตามเส้นทางของถนนเล็กๆสายนี้ให้จงได้ โดยหนังเข้าฉายแล้วตั้งแต่วันนี้เฉพาะในโรงภาพยนตร์เครือ เอเพ็กส์ สยามสแควร์ เท่านั้นครับ

เครดิตฟรี

On the Road เป็นผลงานการกำกับของ วอลเทอร์ ซัลลัส ผู้กำกับที่เคยทำหนังมาหลายแนวพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น ทริลเลอร์ แบบ Dark Water , โรแมนติคแบบ Paris, je t’aime หรือแม้แต่ดราม่าแบบ The Motorcycle Diaries ที่กวาดรางวัลและคำชมไปมากพอสมควร โดยในหนังเรื่องใหม่ของเขาอย่าง On the Road เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายของนักเขียน แจ๊ค เครูแอค ที่ก็ได้มีรวบรวมดาราแถวหน้ามาไว้มากพอสมควรไม่ว่าจะเป็น วิคโก้ มอร์เทนเซ่น , เอมี่ อดัมส์ , คริสเต็น ดัสต์ หรือแม้แต่ เทอร์เรน ฮาววาร์ด ซึ่งถ้าหากเราพูดถึงหนังดราม่าแนว โร้ด มูฟวี่ ผมว่าหลายคนคงจะนึกถึงการตัวเอกเป็นวัยรุ่นจนๆที่ต้องการค้นหาอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป โดยการสะพายเป้ใบนึงและเดินเร่ร่อนไปตามถนน หารถโบก เพื่อไปยังจุดหมายที่ตัวเอกนั้นก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเลย

สล็อต

แต่ท้ายสุดตัวเอกของเราก็จะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากตัวละครที่เขาได้เจอระหว่างทางจนมันกลายมาเป็นบทเรียนในชีวิตของเขา แต่สิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดมันกลับไม่ได้อยู่ใน On the Road เลยสักนิดเดียว และใช่ครับ นั้นถือว่าเป็นข้อดีที่สุดสำหรับ On the Road โดยการที่หนังไม่ได้ใส่ประเด็น และ เรื่องราวให้คนดูขบคิด ผ่านการเดินทางของตัวเอกเลยสักนิด แต่หนังกลับใส่ประเด็นและเรื่องราวให้คนดูกลับไปขบคิดต่อตั้งแต่ ตอนเริ่มต้นการเดินทางของตัวเอก และ ตอนที่ตัวเอกจบการเดินทาง มากกว่าจะใส่ตัวละครระหว่างทางเข้ามาเพื่อให้ข้อคิดต่างๆแก่ตัวเอกอย่างเช่นหนัง โร้ด มูฟวี่ เรื่องอื่นๆเช่น Into the Wild ทำเอาไว้

สล็อตออนไลน์

โดยสิ่งที่ On the Road ได้ปูทางไว้ให้คนดูกลับไปขบคิดต่อถือว่าเป็นข้อที่น่าสนใจทีเดียว โดยการที่หนังเลือกที่จะ เสียดสีประเด็นเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นอเมริกัน ที่สมัยนี้คิดว่าการที่ทำตัวเร่ร่อน ไร้จุดหมาย แล้วรอหวังพึ่งโชคชะตา จะทำให้พวกเขามีอนาคตที่ดีโดยที่พวกเขาไม่ต้องเหนื่อย ทั้งที่จริงแล้วคนเราทุกคนควรจะมี เป้าหมาย ในชีวิตของตัวเราเองเพื่อให้พุ่งชนมากกว่าที่จะมานั่งเร่ร่อนใช้ชีวิตไปวันๆ จนกระทั่งวันตายพวกเราก็ยังไม่มีเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จเสียที ผ่านการเล่าเรื่องสไตล์การเดินทางของ 3 ตัวเอก ที่เปรียบเสมือนกับว่าการเดินทางไปตามสายถนนนี้ ก็เปรียบเสมือนกับการที่ชีวิตคนเราได้เจริญเติบโต และ เผชิญกับสิ่งต่างๆไปเรื่อยๆ จนกระทั่งท้ายสุดเราทุกคนก็ต่างจะได้รู้ว่า ไม่มีถนนเส้นไหนที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ก็ไม่ต่างกับชีวิตคนเราที่ก็มีจุดจบเช่นเดียวกันครับ

jumboslot

ซึ่งสิ่งเหล่านั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ผมต้องขอชมผู้กำกับเลยว่าสามารถทำ On the Road มาเป็นหนังที่สอดแทรกประเด็นต่างๆได้ฉีกกฏหนังแนว โร้ด มูฟวี่ ได้ค่อนข้างดี เพียงแต่ว่าหนังมันก็ยังมีข้อเสียที่ไม่น่าให้อภัยมากพอสมควร โดยเฉพาะด้านของการเล่าเรื่องของหนัง ที่ไม่มีทั้งความน่าติดตามในตัวเนื้อเรื่อง และตัวละครหลักทั้ง 3 คนนั้นขาดเสน่ห์ค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าตัว คริสเต็น สต๊วจ จะมีการแสดงที่ดูเป็นเด็กสาวใจแตกได้ค่อนข้างดี แต่นั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ตัวละครเหล่านี้ดูน่าสนใจมากนัก จนทำให้ท้ายสุดตัวหนัง On the Road จึงกลายเป็นอาหารที่ขาดรสชาติและสีสัน ของความหวานมันส์ไปหน่อย

slot